วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
Microsoft Innovation Center
วันนี้มีกำหนดการต้องไปเปิดศูนย์ Innovation Center ของ Microsoft ไปดูวีดีโอแนะนำสถานที่ ที่มีพวกเรา Gen-X ไปเป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทำ (เหอะ ๆ ตอนดูนะขำตัวเองกับเพื่อน ๆ) ในงานนีได้ฟังเห็นบุคคลที่อยู่ใน Microsoft ไม่มากเสียดายเหมือนกัน(ทำไมเจ้าพ่อ Microsoft ไม่มาเองหว่า) หลังจากที่เปิดศูนย์เสร็จแล้ว ตอนบ่ายก็มีกำหนดการไปดูงาน 2 ที่คือ Thomson Reuters และ IBM รู้สึกว่าได้อะไรใหม่ ๆ ได้ทัศนคติใหม่ ๆ ในการพัฒนาซอฟท์แวร์ เทคนิคที่ได้ยังไม่รู้รายละเอียดเชิงเทคนิคมากแต่ถ้านำมาใช้จริง ๆ แล้ว คิดว่าสามารถพัฒนาซอฟท์แวร์ได้อย่างรวดเร็ว สามารถส่งงานให้กับลูกค้าได้ตรงกำหนดหรืออาจจะส่งก่อน อยากให้ที่ทำงานเอาเทคนิคที่ไปดูงานมาใช้บ้าง จะได้มีทักษะในส่วนนี้ติดตัวไปทำงานต่อไป
วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
System Analysis and Design
วันนี้ได้เรียนรู้เทคนิคของการออกแบบระบบแต่คาดการณ์ล่วงหน้าเอาไว้แล้วว่ายังไงต้องเจอ UML อย่างแน่นอน แล้วก็จริงด้วย ตอนเรียนนะไม่เท่าไหร่ แต่พอได้ลง Workshop จริง ๆ แล้วต้องประมวลผลความรู้เก่า ๆ ออกมาใช้มาก ได้ออนเอ็มคุยกับอาจารย์ที่สอน UML ก็เล่าประสบการณ์ที่ได้รับให้อาจารย์ฟัง ถึงได้รู้อะไรอีกหลาย ๆ อย่าง แต่ที่ยากที่สุดใน UML คงหนีไม่พ้น Class Diagram โชคดีที่มีทักษะทางด้าน OOP มาบ้างเลยทำให้สามารถเข้าใจตัวงานที่ทำ Class Diagram ขึ้นมาและได้กูรูด้าน UML มาถ่ายทอดเทคนิคของการทำ Class Diagram ให้ง่ายขึ้น เทคนิคนี้ชอบมาเลยมันเป็นการผสมผสานกันระหว่าง E-R Diagram ให้สามารถเชื่อมโยงเข้ากับ Class Diagram ได้เป็นอะไรที่สุดยอดมากเทคนิคนี้ ทำให้เปลี่ยนทัศคติจากที่เฉย ๆ กับ UML มาเป็นเริ่มชอบ UML แต่ก็คงจะทิ้ง DFD ไม่ได้เพราะบางแห่งยังต้องใช้อยู่ แต่ UML ทำให้เราคิดอะไรอออกแนว OO ซึ่งบางงานก็ไม่จำเป็นต้องเป็น OO ตรงนี้แหละเป็นจุดที่ต้องระวังให้ดีจะคิดแบบ OO ให้ตลอดคงจะเป็นไปไม่ได้
ทำงานที่ CCP หวังว่าจะได้เจออะไรใหม่ ๆ เยอะ ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าโปรเจ็คที่ต้องพัฒนาแต่มีทิศทางที่จะได้พัฒนาระบบด้วย UML อย่างแน่นอน (เพราะ CCP เขาใช้แต่ UML ) ทำให้หนี UML ไปไม่พ้นอยู่แล้ว
ทำงานที่ CCP หวังว่าจะได้เจออะไรใหม่ ๆ เยอะ ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าโปรเจ็คที่ต้องพัฒนาแต่มีทิศทางที่จะได้พัฒนาระบบด้วย UML อย่างแน่นอน (เพราะ CCP เขาใช้แต่ UML ) ทำให้หนี UML ไปไม่พ้นอยู่แล้ว
วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
Requirement Management
วันนี้ได้เรียนรู้ถึงเทคนิคของการเก็บ Requirement ซึ่งได้พี่ ๆ จากทีม BA ที่ทำงานเฉพาะในด้านนี้มาถ่ายทอดเทคนิคการเก็บ Requirement ของลูกค้าที่ชอบมาคือการนำประสบการณ์ของพี่ ๆ เองมาถ่ายทอดให้ ถึงตอนเรียนบรรยายจะน่าเบื่อแต่พอได้ลงมือไปเก็บ Requirement จริง ๆ มันไม่ง่ายเหมือนกับที่เคยไปทำมาเลย เก็บ Requirement แล้วก็นำมาวิเคราะห์และจัดทำ SRS เพื่อนำไปใช้ในส่วนต่อไป แต่ SRS ทำไมมันมีรายละเอียดเยอะจัง ตั้ง 18 หน้า แต่ก็ดีนะเวลาจะพัฒนาจะได้ใช้ SRS เป็นส่วนสัญญาในการพัฒนาระบบงานกับลูกค้า จะได้ไม่โดนลูกค้าบ่นว่าในภายหลัง (อิอิ)
สำหรับเทคนิคการเก็บ Requirement ที่ยากก็คือการเสนอแนวทางกลางให้กับลูกค้าในกรณีที่ลูกค้าขอในสิ่งที่ต้องการแต่ BA รู้ว่ามันยากเกินจะนำไปพัฒนาได้จริง ๆ ซึ่งอาจจะส่งผลให้กำหนดส่งงานต้องมีการช้าออกไป เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่ยาก (ในความรู้สึก) ต้องใช้ประสบการณ์ในการพัฒนาซอฟท์แวร์ส่วนหนึ่งประกอบการตัดสินใจ เหอะ แต่ก็เอาเหอะ มีงานรอให้พัฒนาอยู่ข้างนี้ ทำดีที่สุดแล้วครับ
สำหรับเทคนิคการเก็บ Requirement ที่ยากก็คือการเสนอแนวทางกลางให้กับลูกค้าในกรณีที่ลูกค้าขอในสิ่งที่ต้องการแต่ BA รู้ว่ามันยากเกินจะนำไปพัฒนาได้จริง ๆ ซึ่งอาจจะส่งผลให้กำหนดส่งงานต้องมีการช้าออกไป เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่ยาก (ในความรู้สึก) ต้องใช้ประสบการณ์ในการพัฒนาซอฟท์แวร์ส่วนหนึ่งประกอบการตัดสินใจ เหอะ แต่ก็เอาเหอะ มีงานรอให้พัฒนาอยู่ข้างนี้ ทำดีที่สุดแล้วครับ
วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
First Time for Working
วันนี้เป็นวันแรกที่ได้ทำงานในโครงการ IT Smart Gex X ซึ่งโครงการนี้อยู่ในรุ่นที่ 5 มีเพื่อน ๆ จากหลาย ๆ สถานบันแต่ละคนเก่ง ๆ กันทั้งนั้น ทำงานวันแรกก็ยังไม่มีอะไรมากมาย แต่วันแรกได้แนวคิด แนวทางในการดำเนินอาชีพในสายโปรแกรมเมอร์ดีมากเลย พี่ธนา (วิทยาการในวันนี้) ได้พูดเล่าให้ฟังถึงทิศทางของอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ในบ้านเราทำให้เรารู้ว่าถึงสายนี้จะผลิตโปรแกรมเมอร์เท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ แต่คนที่อยู่ในสายนี้ต้องมีฝีมือแน่จริง เจอเพื่อนของเพื่อนที่ทำงาน มาทำงานที่เดียวกันแต่คนละหน่วยงานได้สตาร์ ก็เกือบ 15 แล้ว อิจฉาเหมือนกันนะ แต่คิดว่าโครงการนี้จะให้ประการณ์ได้อีกยาวไกล
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
